| Grey Scale 的个人资料มุมสีเทาของใจเหงาๆในเมือ...照片日志列表 | 帮助 |
|
|
3月26日 มันเคยเป็นวันที่ผมมีความสุขที่สุดหลังจากสิ่งที่ผมเชื่อว่ามันคือโชคชะตา ได้นำพาผมมาพบกับแสงสว่างในชีวิตมืดๆของผม... ผมดีใจที่ความอบอุ่นบางอย่างได้ย้อนกลับเข้ามาในจิตใจที่แตกร้าว และร่างกายที่เสเพลของผมอีกครั้ง
........................................................................................................................................
26 มีนาคมปี 2548 ผมตื่นแต่เช้ารีบหาเสื้อผ้าชุดเก่งมาใส่ ผมมีเดท เดทกับแสงสว่างของผม... ผมเฝ้าระลึกถึงวันเวลากว่าครึ่งปีตั้งแต่ผมรู้จักเธอ จนแปรเปลี่ยนความรู้สึกทุกๆอย่างมากลายเป็นสิ่งสวยงามที่เรียกว่ารัก
วันนี้เรามีนัดไปดู Concert กันที่ หอประชุม AUA ผมรีบออกจากบ้านเพื่อไปหาเธอ ไปรอเธอในที่ๆเรานัดกัน Burger King อาคารมณียา ผมไปนั่งรอเธอด้วยความตื่นเต้นจนมาก่อนเวลาอยู่นาน เฝ้ามัวแต่คิดว่า ผมแต่งตัวดีพอมั้ย ผมจะทำอะไรแย่ๆลงไปมั้ยในวันนี้ ไม่ว่าจะท่าทาง คำพูด คิดไปเรื่อยเปื่อย ไม่นานนักเธอก็มาถึง ด้วยชุดสีขาว เสื้อยืดสีขาวแขนยาว กางเกงยีนส์ นางฟ้า แสงสว่างของผม เธอเดินเข้ามา ถามผมว่า รอนานมั้ย ผมนั่งรออยู่นานแต่ปากกลับตอบไปว่า อ้อ ไม่หรอก ผมก็พึ่งมา เธอยิ้มแล้วตอบว่าดีนะเนี่ย คิดว่าจะมาสายซะแล้ว เราหัวเราะกัน ...วันนั้นเข็มนาฬิกาของผมเดินช้าลง ผมไม่อยากให้เวลานี้ผ่านไป
เราเดินทางไปหอประชุม AUA ก่อนเวลาสักพักหนึ่งเพื่อรอฟัง Concert ของ นภ พรชำนิ เธอจะรู้มั้ยว่าผมต้องใช้ความกล้าขนาดไหนที่จะชวนเธอออกมาที่นี่ด้วยกัน เราไปนั่งในที่นั่งของ Sponsor มุมหนึ่งบนชั้นสองของหอประชุม เพลงวันนั้นเพราะหรือไม่ก็ไม่รู้ ผมยอมรับว่าผมไม่มีใจอยู่ที่เพลงเลย เพราะใจผมกลับลอยไปอยู่กับผู้หญิงคนหนึ่งที่เกือบจะมาสายเพราะไปยืดผมตรงมาเพื่อผมในวันนั้น... ผมไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน เพลงผ่านไปกี่เพลง แต่ผมรู้เพียงแต่ว่าผมเอื้อมมือไปจับมือของเธอมากุมไว้ มือเล็กๆข้างนั้น ไม่ได้นิ่มเหมือนกับมือของผู้หญิงทั่วไป มือคู่นั้นกร้าน กร้านกว่ามือของผม ซึ่งผมรู้ว่าเกิดจากการที่เธอต้องช่วยที่บ้านทำงาน แต่รู้มั้ยว่ามือคู่นั้นกลับอบอุ่นและน่าสัมผัสขนาดไหนสำหรับผม ผมกุมมือเธอไว้แน่น ผมอยากจะหยุดเวลานี้ไว้ให้เป็นไปนานแสนนาน...
ใจผมเต้นดังกว่าเสียงเพลงที่ดังออกมา เวลาล่วงเลยมาจนถึงช่วงที่มีแขกรับเชิญพิเศษมา นภ เชิญ น้องเป็ก และ น้องท๊อฟฟี่ มาเป็นแขกรับเชิญพิเศษ ตอนที่น้องเป๊กร้องเพลง หยุด คุณรู้มั้ยว่า ผมอยากหยุดอยู่กับคุณขนาดไหน ที่ผมหันไปร้องเพลงให้คุณ ผมหมายความอย่างนั้นจริงๆ และผมอยากให้คุณรู้ว่า คุณคือผู้หญิงคนแรกที่ผมร้องเพลงให้ฟังแบบนี้ และตอนที่น้องท๊อฟฟี่ขึ้นมาร้องเพลง คำถาม ตอนที่คุณหันมาบอกผมว่า ความรักของคุณหน้าตาเหมือนผม เวลาของผมหยุดเต้นล่ะ เพราะคุณ คุณรู้มั้ยว่าผมดีใจขนาดไหนที่รู้ว่ามีคุณอยู่อีกคนบนโลก
เราใช้เวลาด้วยกันวันนั้นทั้งวัน ผมยังจำได้ดีว่าคุณสั่งอะไรทาน ผมยังจำได้ดีว่าคุณนั่งอยู่ตรงข้ามกับผมที่ ฮะจิบัง ราเมน สีลม คอมเพล็กซ์ ผมยังจำทุกอย่างได้ว่าเวลาเราเดินจับมือกันมันเป็นอย่างไร มันอบอุ่นขนาดไหน มันเป็นวันที่ผมมีความสุขที่สุดในชีวิตของผม มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ
วันนี้ผ่านมาครบ 1 ปี ผมเสียคุณไปจากการกระทำของผม ผมเสียใจ มือที่สั่นตอนกดแป้นพิมพ์ น้ำตาที่ไหลอาบแก้มผมอยู่นี่ ไม่รู้ว่ามันจะเพียงพอที่จะแลกกับโอกาสอีกสักครั้งหนึ่งได้มั้ย ขอให้ผมได้เปลี่ยนตัวเองอีกครั้ง ขอให้ผมได้รักคุณอีกครั้ง และขอให้ความรักของคุณมีผมเป็นส่วนร่วมอยู่ด้วย อีกสักครั้งจะได้มั้ย... 1月24日 ผมคิดถึงคุณ จึงกลับมาเขียน ...อีกครั้งผมคิดถึงใครคนหนึ่งเลยเริ่มที่จะมาเขียนอะไร ผมรักที่จะเขียนมานานแล้ว แต่เพราะเหตุบางอย่างทำให้ผมต้องหยุดการเขียนไปเมื่อปีที่แล้ว
ผมคิดถึงใครคนหนึ่งโดยที่รู้ว่าเขาไม่เคยรู้ ผมเลือกที่จะเก็บความรู้สึกแบบนั้นไว้ในใจลึกๆคนเดียว วันนี้ความรู้สึกอยากที่จะเขียนมันกลับมาอีกครั้ง หลังจากที่มันหายไปพร้อมกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปีที่แล้ว
คนที่ผมคิดถึง เขาไม่ได้อยู่ตรงนี้อีกแล้ว เขาจากไป เหลือผมยืนอยู่ตรงนี้คนเดียว
....................................................................................................................................
เหลวแหลก คำที่ผมเรียกตัวเองในวันนั้น ผมรู้ตัวเองดีตลอดเวลาว่าสิ่งที่ทำลงไปนั้นมันไม่ใช่สิ่งดีเลย เหล้า บุหรี่ และ ความฉาบฉวย คือสิ่งที่ผมนำมันมาแทนที่ความว่างเปล่า โดยหารู้ไม่ว่าสิ่งเหล่านี้ไม่ได้เติมเต็มช่องโหว่กลางใจของผมเลยแม้แต่น้อย มันมีแต่จะบั่นทอนโพรงลึกที่เกิดขึ้นกลางใจของผมซ้ำลึกลงไป
ตลอดทางที่ขับรถกลับมาบ้านผมต้องหักใจอยู่เป็นร้อยครั้งไม่ให้สองมือของตัวเองหักพวงมาลัยไปชนสิ่งต่างๆที่อยู่เรียงรายข้างถนน น่าสมเพชนัก ไม่มีใครจะคาดคิดไปว่าผู้ชายอย่างผมจะเป็นไปได้ขนาดนั้น คนที่หลงตัวเองอย่างผม
....................................................................................................................................
กลางเดือนสิงหาคมของคนเหลวแหลก
ผมได้รับงานอย่างหนึ่ง เกี่ยวกับการประชุมเรื่องของการตั้งบูธในงานแฟร์ ใจจริงในฐานะนักการตลาดผมประเมินผลตอบรับว่ามันไม่คุ้มที่จะทุ่มเงินลงไปกับงานนี้ ถึงแม้ว่ามันจะเป็นงานระดับประเทศ แต่พนักงานบริษัทของผมไม่ได้มีศักยภาพเพียงพอกับงานระดับนี้ ผมเดินทางไปด้วยความไม่เต็มใจมากนักเพราะผมเป็นคนที่ไม่ชอบธรรมในสิ่งที่ตนเองไม่เชื่อ ผมต้องไปพบคนที่ติดต่องานไว้ เซลล์คนหนึ่งที่ไม่เคยเจอหน้าตา แต่ได้คุยกันหลายครั้งจนเรียกได้ว่าสนิทในระดับหนึ่ง ผมตั้งใจจะไปพบเธอ แต่เรื่องตลกอะไรเกิดขึ้นก็ไม่รู้เธอไม่สามารถไปงานประชุมได้ในวันนั้น เธอเลยฝากรุ่นน้องคนหนึ่งของเธอมาดูแลบริษัทของผม
ผมพบเธอด้วยเหตุนี้ ไม่รู้ว่าเพราะอะไร อาจเป็น โชคชะตา หรือว่าเพียง บังเอิญ ด้วยวันนั้นเราพบกัน ผมไม่ได้ชื่นชอบอะไรเธอเป็นพิเศษ จะมีก็เพียงแต่ว่าเธอหน้าตาดี แต่มันก็ดาดๆเมื่อเทียบไปกับคนที่ผมเคยผ่านๆมา กิ๊ก ฆ่าเวลา นั่นคือสิ่งที่ผมคิดกับเธอเมื่อแรกพบ
เรื่องทั้งหมดมันเริ่มจากตรงนั้น...
7月4日 ขอเวลา ...เข้มแข็งเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา มีงานซ้อมรับปริญญาที่จุฬาฯ น้องสาวคนเดิมโทรมาหาเพื่อไปถ่ายรูปงานรับปริญญา เรื่องมันมีอยู่ว่าผมได้โทรไปชวนน้องคนนี้ไปดูหนัง เพราะคนที่ผมอยากให้ไปด้วยเขาไม่ว่าง เพราะเขามีงานที่ต้องรับผิดชอบ และงานนั้นก็สำคัญกว่าผม พอชวนไปดูหนังผมก็เลยถือโอกาสชวนน้องเขาไปงานรับปริญญาของน้องชายวิดวะที่แสนดีของผม แล้วผมก็ลืมๆไป จนเขาโทรมา
ผมก็รีบแต่งตัวออกไปโดยไม่คิดอะไร ไม่ได้คิดอะไรจริงๆก่อนเดินทางออกไป มันก็แค่ พี่ชาย และ น้องสาว แต่พอไปเจอกันจริงๆ พอได้เริ่มเดินด้วยกัน พอได้เริ่มช่วยกันถือของ มันก็เกิดอารมณ์แปลกๆขึ้น อารมณ์ที่มันคล้ายๆว่าผมจะอ่อนแอเหมือนเดิม ผมไม่อยากกลับไปคิดแบบนั้นผมรู้ แต่ผมจะทำอย่างไรได้...
ชีวิตช่วงนี้มันก็มีความสุขดีเหมือนเดิม ...ตามอรรถภาพเท่าที่มันเป็นไปได้ ถ้าผมรู้จักเพียงพอเท่าที่มี และรู้สึกดีกับสิ่งที่ได้รับ ช่วงนี้ควานๆดูกลางตัวก็พบรูๆเดิมที่เหมือนว่าเคยโดนถมไปแล้วเริ่มปริแตกอีกครั้ง เฮ้อ... น่าเบื่อๆ
หรือมันถึงเวลาอย่างที่ผมคิด ผมต้องเดินออกมาอยู่ในมุมของตัวผมเองหรือเปล่า ผมต้องเอาหลังชนกำแพงความคิดแล้วก็นั่งลงหันหน้ามองออกไปให้กว้างขึ้น มองให้ไกล ให้ครอบ
...ผมต้องรักตัวเองมากขึ้นใช่มั้ย ก่อนที่จะรักใครได้อย่างแท้จริง 6月29日 ความคาดหวัง ...เจ็บปวดเสมออีกครั้งที่ความคาดหวังของผมถูกทำร้าย ผมได้รับสัญญาบางอย่างจากคนที่ผมรัก ผมถามก่อนที่เขาจะสัญญา ผมบอกเขาว่าอย่าสัญญาถ้าเขาไม่มั่นใจว่าเขาจะทำได้ อย่าให้ความหวังผมดีกว่า ...เขายังสัญญา เขาบอกว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เขาจะอยู่เคียงข้างผมในวันนี้
จริงๆแล้วเขาทำหลายๆอย่างให้ผม มากมายเกินกว่าที่คนอย่างผมควรจะได้รับ แต่ผมก็ยังเสียใจ ...เสียใจที่เขาใชคำสัญญาพร่ำเพรื่อ ทั้งๆที่เราเคยคุยกันแล้ว ผมอยากที่จะย้อนเวลากลับไปเพื่อบอกกับเขาว่า อย่าพูด อย่าสัญญา เขาทำให้ความรู้สึกดีๆที่ผมมีกับเขาลดลงไป
แย่...คือความรู้สึกที่เกิดขึ้นกับผมตอนนี้ ทำไมต้องทำกับเราอย่างนี้ เขาพูดจาปฏิเสธอย่างง่ายดาย เหมือนกับจำไม่ได้ว่าเราเคยตกลงกันไว้ เหมือนกับว่าเขาจำไม่ได้ว่าลมที่เขาเป่าออกมาจากปากมีความหมายว่าอย่างไร
เจ็บ...ที่หัวใจของผมเกิดแผล แปลกที่มันเกิดขึ้นซ้ำรอยเดิมๆที่เคยเกิดมาแล้ว ทำไมนะ มันเกิดอะไรขึ้น ผมไม่รู้จะต่อว่าอะไรกับเขา ทั้งรักทั้งเกลียดมั้ง ทำไม ทำไม ต้องทำอย่างนี้ กลายเป็นว่าผมผิดที่เอาเรื่องไม่สบายใจไปใส่หัวเขา แล้วหัวผมล่ะ ...อ้อ...มันไม่เป็นอะไรนี่ เพราะมันว่างเปล่าไปหมดซะแล้ว
อีกครั้งที่ผมคิดว่า ทำไมผมถึงยังอยู่ตรงนี้ มันดีกับผมแล้วเหรอ ผมควรจะลุกขึ้นเดินรึไม่ หรือว่าจะนั่งอยู่ตรงนี้ที่เดิม...ในความว่างเปล่า ไม่มีคำตอบจากเบื้องลึกของหัวใจที่ท่วมด้วยน้ำตาของผม พอซะที พอซะที พอซะที
...แล้วทุกอย่างก็ยังเงียบงัน ยังไม่มีคำตอบ 6月26日 เรื่องที่พูด แต่ทำไม่ได้ (ซะที)ชีวิตของผม ...มันเป็นชีวิตที่ดูเหมือนเดินอยู่บนริมๆของถนน ที่ก้าวขาข้างหนึ่งเข้าไปก็จะกลับมาเดินบนถนนที่เป็นเส้นตรงและสว่างไสวไปด้วยแสงไฟที่ส่องบอกทาง แต่ถ้าก้าวขาไปอีกข้างหนึ่ง ผมกลับก้าวเข้าไปอยู่ในทางที่ดำมืดและเต็มไปด้วยฝุ่นผงบังตา ทุกย่างก้าวก็เตะเอาฝุ่นขึ้นมาคละคลุ้ง ยิ่งเดิน ยิ่งออกนอกเส้นทางไปเรื่อยๆ หลายๆช่วงของชีวิตผมกลับมานั่งคิดว่าเราเป็นคนที่เดินอยู่ในเส้นทางไหนมากกว่ากัน แล้วผมก็ตอบไม่ได้ซะที... ผมเป็นคนมองโลกเป็นสีเทา ไม่มีสีขาว ไม่มีสีดำ มีแต่สีเทาที่เฉดเข้ม หรือ เทาที่อ่อนตาเท่านั้น ชีวิตผมจึงวนไปมาระหว่างเส้นทางทั้ง 2 เส้น อย่างไม่ชัดเจน ในรั้วมหาลัยในสายตาของคนกลุ่มหนึ่ง ผมเป็นพี่ที่ดี พี่ที่น่าเคารพ เพื่อนที่ดี เป็นคนที่เป็นตัวอย่างให้คนอื่นๆได้ในสายตาของอาจารย์ แต่อีกกลุ่มหนึง ผมดูเป็นคนไม่ดี ไม่จริงใจ ไม่ใส่ใจใคร และ ไม่มีหัวใจ... ในความมืดยามค่ำคืนผมมักย้อนนึกไปถึงเรื่องราวหลายเรื่องที่ยามกลางวันไม่สามารถนึกได้ ผมเอาเปรียบใครไปแล้วบ้าง ถ้าจะให้ชัดเจน ...ผมเอาเปรียบหัวใจใครไปแล้วบ้าง ...ผมเคยมีคำพูดปากดีอยู่คำหนึ่ง ผมรักแฟนผมเพียงคนเดียว แต่ผมชอบผู้หญิงได้อีกหลายคน ผมเห็นแก่ตัว ...ผมรู้ แล้วด้วยความรู้สึกนี้แหละที่ทำให้ผู้หญิงหลายๆคนที่เคยรักผม เกลียดผม รวมถึงตัวผมเองด้วยที่เริ่มเกลียดตัวเอง เรื่องราวเหล่านี้มันเริ่มตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ ผมรู้ตัวอีกทีก็คือตอนที่การต่อสู้ของจิตใจกำลังรุนแรง ผมเคยพูดประโยคหลายๆอย่างกับผู้หญิงที่ผ่านเข้ามาในชีวิตผม ...อย่ารักใครให้หมดหัวใจนะ เวลาคนรักจากเราไป มันจะเจ็บมากนะ ...อย่ารักพี่เลย พี่ไม่คู่ควรกับเราหรอก ...แล้วผมเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเขาทำไม ...อย่าเอาตัวเข้าแลกความรักนะ พี่ว่ามันไม่ดี ...แล้วผมทำได้มั้ยที่จะปฏิเสธ ...พี่ไม่อยากรู้เรื่องแฟนของเราหรอก พี่ชอบเราที่เป็นเรานะ ...แล้วแฟนผมที่รอโทรศัพท์ผมอยู่ล่ะ ...แฟนเหรอ ผมไม่มีหรอก ถ้ามีผมจะเข้ามาคุยกับคุณเหรอ เพราะถ้าผมมีแฟน ผมจะรักแฟนผมคนเดียว เขาจะเป็นผู้หญิงคนเดียวของผม ...แล้วคนที่นั่งรอโทรศัพท์จากผมคนนั้นล่ะ ...อย่าโง่ไปเลยน่า เราเป็นเพื่อนกันนะ ที่ผมดีกับคุณเพราะผมเห็นคุณเป็นเพื่อนนะ ...แล้วความหวังที่ผมแอบซ่อนไปให้เขาตลอดเวลาล่ะ ผมเกลียดตัวเองที่ทำหลายๆอย่างที่ผิดกับที่ผมพูด ผมเกลียดตัวเองที่เป็นคนใจอ่อนและขี้โกหก... เกลียด |
|
|